St.Raphael School
 
                

 


 
 

ขอบข่ายการสอบระหว่างภาคเรียนที่ 2
 วิชาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี

 
 

เทคโนโลยี :  

คือการนำความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้สร้างสิ่งของ เครื่องมือ หรือกระบวนการต่างๆเพื่อแก้ปัญหา ตอบสนองความต้องการ หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของมนุษย์
   
   

เทคโนโลยีสารสนเทศ :  
(Information Technology : IT)    

หมายถึง เทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการจัดพิมพ์ ประมวลผลข้อมูลต่างๆ  เน้นที่ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบเพื่อจัดการข้อมูลทั้งจัดเก็บและประมวลผล เป็นเหมือนเครื่องมือ เช่น คอมพิวเตอร์ โปรแกรม ที่ช่วยให้สร้างและจัดการเอกสาร ข้อมูล การจัดเก็บ การเรียกค้น การประมวลผล และการรักษาความปลอดภัยข้อมูล
   
   

เทคโนโลยีการสื่อสาร :  
(Communication Technology)   

หมายถึง เครื่องมือ ระบบ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการรับ-ส่ง และแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างรวดเร็ว เช่น อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ สมาร์ทโฟน และดาวเทียม ช่วยให้การสื่อสารข้ามระยะทางและเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
   
   

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร :  
(Information and Communication   Technology : ICT) 
  

หมายถึง ชุดเครื่องมือและทรัพยากรทางเทคโนโลยีทั้งหมดที่ใช้ในการสร้าง จัดเก็บ ประมวลผล ส่ง หรือแลกเปลี่ยนข้อมูล และสารสนเทศ ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ ระบบเครือข่าย
ไปจนถึงแอปพลิเคชันต่างๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร การจัดการข้อมูล
และการทำงานร่วมกันในโลกดิจิทัล
   
  เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT): คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ ระบบฐานข้อมูล
เทคโนโลยีการสื่อสาร (Communication Technology): โทรคมนาคม วิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต
                              เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ดาวเทียม
   

เทคโนโลยีโทรคมนาคม :  
(Telecom
Technology)      

หมายถึง เทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานและบริการที่ช่วยให้สามารถส่งข้อมูลข้ามระยะทางไกลได้ ทั้งเสียง ข้อมูล วิดีโอ โดยใช้เครือข่ายผู้ให้บริการแบบมีสายและไร้สาย มุ่งเน้นการเชื่อมต่อ (เช่น ไฟเบอร์ ทองแดง ไมโครเวฟ เซลลูลาร์ ดาวเทียม) และโปรโตคอลการส่งข้อมูล

   

 
   
ความสำคัญของเทคโนโลยี

         ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้มีการพัฒนาคิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างมาก เทคโนโลยีได้เข้ามาเสริมปัจจัยพื้นฐานของการดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดี การติดต่อสื่อสารถึงกันได้สะดวกรวดเร็วตลอดเวลา การแก้ไขปัญหาต่างๆ เราจะเห็นว่าชีวิตปัจจุบันเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เช่น

         1. เป็นพื้นฐานปัจจัยจำเป็นในการดำเนินชีวิตของมนุษย์
             ช่วยให้มนุษย์เข้าถึงอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโลกได้ดีขึ้น เช่น ผลผลิตทางการเกษตร 
             การก่อสร้างที่ได้มาตรฐานการผลิตสิ่งทอและการแพทย์เพิ่มความสะดวกในการสื่อสาร การเดินทางและการทำงาน

         2. เป็นปัจจัยหลักที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาในด้านต่างๆ พัฒนาด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการศึกษา
             ด้านบริการ ด้านการติดต่อสื่อสาร ด้านการดำเนินชีวิตประจำวันฯลฯ

         3. สร้างคุณภาพชีวิตของมนุษย์ให้ดีขึ้น ทั้งด้านการแพทย์และสุขภาพ  การสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูล 
             การศึกษา  ประสิทธิภาพและการทำงาน  การขนส่ง และอื่นๆอีกมากมาย

         4. เกิดการสื่อสารไร้พรมแดน  ทำให้คนสามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมทั่วโลก
             โดยไม่ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ด้วยเครือข่ายไร้สาย ดาวเทียมสื่อสาร อินเทอร์เน็ต อุปกรณ์เคลื่อนที่ 
             แพลตฟอร์มการประชุมออนไลน์

         5. การทำงานรวดเร็วและคล่องตัว
            
เทคโนโลยีทำให้การทำงานรวดเร็วและคล่องตัวโดยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ตัดสินใจดีขึ้น และปรับตัวไว
             ผ่านระบบอัตโนมัติ การสื่อสารไร้รอยต่อ และการเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนซ้ำซ้อน ป
             ระหยัดเวลาและทรัพยากร เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้พนักงานและลูกค้า

         6. ป้องกันความเสียหายของชีวิต ทรัพย์สิน และป้องกันภัย  นำเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างความปลอดภัย
             ทางกายภาพ เช่น ระบบกล้องวงจรปิด ระบบควบคุมการเข้า-ออก  ระบบล็อกอัจฉริยะ ระบบป้องกันอัคคีภัยอัตโนมัติ
             ความปลอดภัยทางธรรมชาติและอุบัติเหตุ ระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติล่วงหน้า เครื่องวัดแผ่นดินไหว ระบบหยุดฉุกเฉิน
             ระบบป้องกันภัยส่วนบุคคล ความปลอดภัยทงไซเบอร์ ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและไฟร์วอลล์ การเข้ารหัสข้อมูล

        7. เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวของมนุษย์

             7.1  การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต:
  เทคโนโลยีได้เปลี่ยนวิธีการสื่อสาร การทำงาน การเรียนรู้ การเดินทาง
                    และความบันเทิงของเราอย่างสิ้นเชิง ทำให้โลกเชื่อมโยงกันมากขึ้นและเข้าถึงข้อมูลได้ทันที

             7.2  ขับเคลื่อนความก้าวหน้าและการแก้ปัญหา : วัตกรรมทางเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), เทคโนโลยีชีวภาพ,
                    และการสำรวจอวกาศ ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาในปัจจุบัน แต่ยังกำหนดทิศทางและศักยภาพของอารยธรรมมนุษย์ในอนาคต

             7.3  การสะท้อนค่านิยม : การพัฒนาและการเลือกใช้เทคโนโลยีในแต่ละยุคสมัยสะท้อนถึงความต้องการ ค่านิยม
                    และลำดับความสำคัญของสังคมมนุษย์ในขณะนั้นๆ

 

   
   
การวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากเทคโนโลยี

           การวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากเทคโนโลยีเป็นการการพิจารณาแยกย่อยในแต่ละส่วนเพื่อประเมินผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบที่เทคโนโลยีมีต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงผลกระทบต่อบุคคล และวิถีชีวิตของแต่ละบุคคล

ผลกระทบด้านบวก

1. การแพทย์และสาธารณสุข: เทคโนโลยีช่วยยกระดับการรักษาพยาบาล และการเข้าถึงบริการทางการแพทย์โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล
 
2. การศึกษา: เทคโนโลยีดิจิทัล ช่วยให้การเข้าถึงแหล่งความรู้ และการเรียนรู้ทำได้ง่ายขึ้น

3. การทำงาน: เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงในการทำงาน

4. การสื่อสารและการเชื่อมต่อ: เทคโนโลยีทำให้การสื่อสารและการติดต่อระหว่างบุคคลง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น

5. เศรษฐกิจ: เทคโนโลยีช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการสร้างงานใหม่ๆ

6. สิ่งแวดล้อม: เทคโนโลยีช่วยในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
   
   
ผลกระทบด้านลบ

1. สุขภาพกายและสุขภาพจิต
    การใช้เทคโนโลยีมากเกินไปอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ เช่น ปัญหาสายตา ปัญหาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และปัญหาสุขภาพจิต

2. สังคม
    เทคโนโลยีอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และอาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และเกิดช่องว่างทางสังคมได้

3. การว่างงาน
    การใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติอาจ ทำให้เกิดการว่างงานในบางภาคอุตสาหกรรม
 
4. สิ่งแวดล้อม
    การผลิตและการใช้งานเทคโนโลยีอาจก่อให้เกิดมลพิษ และปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

5. ความปลอดภัย
    เทคโนโลยีอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การโจรกรรมข้อมูล การละเมิดลิขสิทธิ์ การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสม
    ผิดศีลธรรม  และจริยธรรม
   
   
คำศัพท์ด้านเทคโนโลยี
 
Hardware : ส่วนประกอบทางกายภาพที่จับต้องได้ของคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ
 
Software : ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ใช้ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
 
Platform (แพลตฟอร์ม) : ตัวกลางหรือช่องทางที่ช่วยเชื่อมโยงกลุ่มผู้ใช้ที่ใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกัน
 
Operating System : ระบบปฏิบัติการ เช่น  Windows,  iOS,  Android,   Linux
 

Technology : การนำความรู้ ทักษะ และกระบวนการต่างๆของวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อตอบสนองความต้องการ
                      ใช้แก้ไขปัญหาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานให้ดีขึ้น

   
  UI (User Interface)
ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ หมายถึง หน้าตาและการจัดวางองค์ประกอบทั้งหมดที่ผู้ใช้มองเห็นและโต้ตอบได้บนผลิตภัณฑ์ดิจิทัล เช่น แอป, เว็บไซต์ (ปุ่ม, ไอคอน, เมนู, สี, ฟอนต์) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ใช้ใช้งานได้ง่าย สวยงาม ดึงดูดใจ และสื่อสารความเป็นแบรนด์ได้ดี
   
  UX (User Experience)
ประสบการณ์โดยรวมที่ผู้ใช้ได้รับจากการใช้งานผลิตภัณฑ์ บริการ หรือระบบต่างๆ โดยมุ่งเน้นให้ใช้งานง่าย สะดวก มีประสิทธิภาพ สนุกสนาน และสร้างความพึงพอใจสูงสุด ผ่านกระบวนการวิจัย ทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้ วางโครงสร้างข้อมูล และออกแบบปฏิสัมพันธ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อให้ผู้ใช้บรรลุเป้าหมายได้อย่างราบรื่นและมีความสุขกับแบรนด์นั้นๆ
   
  Data : ข้อมูล
ข้อเท็จจริงดิบ เช่น ตัวเลข ข้อความ ภาพ เสียง หรือสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ยังไม่ได้ผ่านการจัดระเบียบหรือประมวลผล แต่สามารถบันทึก จัดเก็บ และนำไปวิเคราะห์เพื่อค้นหาความหมายหรือใช้ประโยชน์ต่อได้. พูดง่ายๆ คือเป็นวัตถุดิบที่รอการนำไปปรุงเป็น สารสนเทศ (Information) ที่มีประโยชน์แล้วนั่นเอง
   
  Database : ฐานข้อมูล
เป็น
ชุดข้อมูลขนาดใหญ่ที่ถูกจัดเก็บและจัดระเบียบอย่างเป็นระบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึง ค้นหา จัดการ และนำไปใช้ประโยชน์
   
  Database System : ระบบฐานข้อมูล
ระบบที่รวบรวมข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันและจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบในคอมพิวเตอร์  เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ ค้นหา เรียกใช้ และวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น โดยมีซอฟต์แวร์หลักที่เรียกว่าระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้กับข้อมูล เพื่อควบคุมการเข้าถึง ความปลอดภัย และความถูกต้องของข้อมูล
   
  File System : ระบบไฟล์
ระบบที่ใช้จัดระเบียบและจัดการข้อมูลบนอุปกรณ์จัดเก็บ (เช่น ฮาร์ดดิสก์, SSD, USB) เพื่อให้ระบบปฏิบัติการและผู้ใช้สามารถจัดเก็บ, ค้นหา, เข้าถึง และเรียกใช้ไฟล์ได้อย่างมีโครงสร้าง เหมือนเป็น "ตู้เก็บเอกสารดิจิทัล"
   
  Server : เครื่องแม่ข่าย
คอมพิวเตอร์แม่ข่าย คือคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมที่ทำหน้าที่ให้บริการ จัดเก็บข้อมูล ประมวลผล และส่งข้อมูลแก่เครื่องคอมพิวเตอร์อื่น ๆ (เรียกว่า ลูกข่าย หรือ Client) ในระบบเครือข่าย เช่น การแสดงเว็บไซต์ การส่งอีเมล การจัดเก็บไฟล์ และจัดการฐานข้อมูล โดยมีประสิทธิภาพสูงและทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
   
  Client (ไคลเอนต์)  : เครื่องลูกข่าย
ในทางคอมพิวเตอร์และไอที หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ หรือโปรแกรม ที่ร้องขอและรับบริการ/ข้อมูลจาก Server (เซิร์ฟเวอร์) เช่น เว็บเบราว์เซอร์ (Chrome) ที่ร้องขอหน้าเว็บจากเว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือในความหมายทั่วไปคือ ลูกค้า/ผู้รับบริการ ที่ได้รับบริการจากธุรกิจหรือผู้ให้บริการมืออาชีพ
   
  Web Server : เครื่องแม่ข่ายที่จัดเก็บข้อมูลเว็บไซต์และให้บริการเว็บไซต์
   
  Database Server : เครื่องแม่ข่ายที่จัดเก็บและให้บริการระบบฐานข้อมูล
   
  Hosting (Host)
คือบริการให้เช่าพื้นที่บนเซิร์ฟเวอร์ (เครื่องคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอด 24 ชม.) เพื่อใช้ เก็บข้อมูลเว็บไซต์ทั้งหมด เช่น ไฟล์เว็บ รูปภาพ วิดีโอ ฐานข้อมูล เพื่อให้เว็บไซต์สามารถแสดงผล และเข้าถึงได้จากทุกที่ทั่วโลกผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้เว็บไซต์ของเราออนไลน์อยู่เสมอเหมือนเป็น "บ้าน" หรือ "ที่อยู่"
   
  Domain Name
  คือ ชื่อที่ใช้ระบุที่อยู่ของเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ผู้คนจดจำได้ง่ายขึ้นแทนที่จะต้องจดจำหมายเลข IP ที่เป็นตัวเลขยุ่งยาก เช่น 192.168.55.10
   
  IP Address (Internet Protocol Address)
คือ หมายเลขประจำตัวที่ไม่ซ้ำกัน สำหรับอุปกรณ์ทุกชิ้นที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทำหน้าที่เหมือนที่อยู่บ้านที่ช่วยให้อุปกรณ์ต่างๆ สามารถส่งและรับข้อมูลหากันได้อย่างถูกต้องบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เหมือนกับบ้านทุกหลังมีที่อยู่เพื่อให้บุรุษไปรษณีย์ส่งจดหมายถึงที่หมายได้นั่นเอง
   
  MAC Address (Media Access Control Address)
คือ รหัสประจำตัวเฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำกัน ที่กำหนดให้กับอุปกรณ์เครือข่ายทุกชิ้น (เช่น คอมพิวเตอร์, สมาร์ทโฟน) เพื่อใช้ระบุตัวตนในการสื่อสารบนเครือข่าย เปรียบเสมือน เลขบัตรประชาชนของอุปกรณ์ ที่ถูกฝังมากับฮาร์ดแวร์
   
  TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol)
คือ ชุดโปรโตคอลที่เป็นหัวใจหลักของการสื่อสารบนอินเทอร์เน็ต ทำหน้าที่เป็นภาษากลางที่อุปกรณ์ต่างๆ ทั่วโลก ใช้ในการส่งและรับข้อมูลโดยจะแบ่งข้อมูลเป็นแพ็กเก็ตเล็กๆ และกำหนดเส้นทางให้แพ็กเก็ตเหล่านั้นเดินทางไปถึงปลายทางได้อย่างถูกต้อง เชื่อถือได้ และเรียงลำดับกลับมาอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้อุปกรณ์ทุกชนิดเชื่อมต่อและสื่อสารกันได้
   
  Web Application
โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่ทำงานบนเว็บเบราว์เซอร์ โดยผู้ใช้สามารถเข้าถึงและใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตได้โดยตรงไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ ลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ ทำให้สะดวก รวดเร็ว ประหยัดทรัพยากร และเข้าถึงได้จากทุกที่ ทุกเวลา ทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
   
  Bit : คือหน่วยวัดขนาดปริมาณข้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เล็กที่สุด
   
  Byte : คือหน่วยวัดขนาดปริมาณข้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มากกว่า Bit
   
   
 
8  Bit = 1  Byte  
1  Byte = ตัวอักษร  
1024  Byte = 1  KB (Kilobyte)  
1024  KB   1  MB (Megabyte)  
1024  MB = 1  GB (Gigabyte)  
1024  GB = 1  TB (Terabyte)  
1024  TB = 1   PB (Petabytes)  
1024  PB = 1   EB (Exabytes)  
1024  EB = 1   ZB (Zettabytes)  
1024  ZB = 1   YB (Yottabytes)  
   
   
  เครือข่าย (Network)
  คือระบบการเชื่อมต่อของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล และใช้งานทรัพพยากร
   
  LAN (Local Area Network)
คือ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆในพื้นที่จำกัด เช่น ภายในบ้าน สำนักงาน หรืออาคารเดียว เพื่อให้สามารถสื่อสาร แชร์ข้อมูล และใช้อุปกรณ์ร่วมกันได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยใช้สาย LAN หรือ Wi-Fi เป็นตัวกลาง
   
  MAN  (Metropolitan Area Network)
เป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อหลายๆ LAN เข้าด้วยกันในพื้นที่เมืองหรือบริเวณใกล้เคียง
   
  WAN (Wide Area Network)
คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์กว้างขวาง เช่น เมือง ประเทศ หรือทั่วโลก มักใช้เชื่อมต่อเครือข่ายท้องถิ่น (LAN) หลายๆ แห่งเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล และใช้ทรัพยากรขององค์กรข้ามสถานที่ได้ โดยมีอินเทอร์เน็ตเป็น WAN ที่ใหญ่ที่สุด
   
  PAN (Personal Area Network)
คือ เครือข่ายส่วนบุคคลที่เชื่อมอุปกรณ์ใกล้ตัว เช่น บลูทูธหูฟัง Hotspot
   
   
   
   
 

ุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครื่องมือเทคโนโลยี

   
 

   
 

               อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ คือ ชิ้นส่วนหรือเครื่องมือต่างๆ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่รับข้อมูล ประมวลผล แสดงผลและจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยแต่ละอุปกรณ์มีบทบาทและหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้การทำงานของคอมพิวเตอร์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ที่ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็น 4 ประเภท

     1. อุปกรณ์รับข้อมูล (Input Device) เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ สแกนเนอร์

     2. อุปกรณ์ประมวลผล (Processing Device) ได้แก่ หน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU

     3. อุปกรณ์แสดงผล (Output Device) เช่น จอภาพ ลำโพง พรินเตอร์

     4. อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (Storage Device) เช่น ฮาร์ดดิสก์ SSD แฟลชไดรฟ์

 

ส่วนประกอบพื้นฐานของเครื่องคอมพิวเตอร์

             การใช้งานคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ครบถ้วนและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอุปกรณ์พื้นฐานของคอมพิวเตอร์ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบ ไม่ว่าจะใช้เพื่อทำงาน เรียน หรือเล่นเกม ก็ต้องอาศัยองค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ที่เหมาะสมกับการใช้งาน

     1. หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) : สมองของเครื่องที่ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูล

     2. เมนบอร์ด (Mainboard) : แผงวงจรหลักที่เชื่อมโยงอุปกรณ์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน

     3. หน่วยความจำ (RAM) : จัดเก็บข้อมูลชั่วคราวระหว่างการทำงานของโปรแกรม

     4. ฮาร์ดดิสก์ (Hard disk หรือ SSD) : ใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูลถาวร เช่น ไฟล์งาน หรือโปรแกรม

     5. จอภาพ (Monitor) : เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่แสดงผลบนจอภาพ

     6. คีย์บอร์ดและเมาส์ : ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับป้อนคำสั่ง

     7. เพาเวอร์ซัพพลาย (Power Supply) : ทำหน้าที่จ่ายกระแสไฟให้กับอุปกรณ์ทั้งหมดในระบบ
 

   
   
   
   
 

อุปกรณ์ระบบเครือข่าย (Network Devices)

   
                 
   
   
 
Switch (สวิตช์)

      หน้าที่:  เชื่อมต่ออุปกรณ์หลายชนิดภายในเครือข่ายเดียวกัน เช่น คอมพิวเตอร์,
                 เครื่องพิมพ์, หรือเซิร์ฟเวอร์

การทำงาน: ส่งข้อมูลไปยังอุปกรณ์ปลายทางที่ถูกต้องโดยตรง
                ด้วยการใช้ MAC Address ทำให้ลดปัญหาข้อมูลชนกัน

Mac Address : ทำหน้าที่เหมือน "เลขบัตรประชาชน" ของอุปกรณ์บนเครือข่าย
               ทำให้แน่ใจว่าข้อมูลจะถูกส่งไปยังอุปกรณ์ที่ถูกต้องภายในเครือข่าย
               ท้องถิ่น (LAN)

การใช้งาน: เหมาะสำหรับการสร้างเครือข่ายภายในองค์กรที่ต้องการ
                การสื่อสารที่รวดเร็วและมีความเสถียร
   
Router (เราเตอร์)

หน้าที่: เชื่อมต่อเครือข่ายหลายๆเครือข่ายเข้าด้วยกัน และเป็นตัวกลางในการ
          ส่งผ่านข้อมูลระหว่างเครือข่ายเหล่านั้น เช่น เชื่อมต่อเครือข่ายภายใน
          กับอินเทอร์เน็ต

การทำงาน: กำหนดเส้นทางที่ดีที่สุดสำหรับแพ็กเก็ตข้อมูลที่จะเดินทาง
          โดยใช้ IP Address ในการระบุแต่ละเครือข่าย ซึ่งต้องทำงานประสานกับ
          TCP/IP

การใช้งาน: จำเป็นสำหรับการสื่อสารระหว่างเครือข่าย และทำหน้าที่
                เป็นประตูสู่โลกอินเทอร์เน็ต (Gateway)

   

สาย LAN โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก
 
1. สายทองแดง (Copper Twisted Pair)
    แบ่งย่อยตามมาตรฐาน เช่น Cat5e, Cat6, Cat6a, Cat7, Cat8 (Category)
    ซึ่งบ่งบอกความเร็วในการส่งข้อมูลและแบนด์วิดท์ที่รองรับ

2. สายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) ที่ใช้ส่งข้อมูลด้วยแสง มีความเร็วสูงมาก
    และทนทานต่อสัญญาณรบกวน แต่ก็มีราคาแพงกว่า

   

   

   


เรียกว่า: RJ 45

   

Fiber Optic (ภายนอก)

Fiber Optic (ภายใน)

   
  Bandwidth (แบนด์วิดท์)

        คือ ปริมาณข้อมูลสูงสุดที่สามารถส่งผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ในหนึ่งหน่วยเวลา หรือพูดง่ายๆ คือ "ความเร็วในการส่งข้อมูล" ซึ่งวัดเป็นหน่วยบิตต่อวินาที (bps) เช่น 10 Mbps หรือ 1 Gbps. ยิ่งมี Bandwidth สูง ก็หมายความว่าสามารถรับส่งข้อมูลจำนวนมากได้พร้อมกัน ทำให้การดาวน์โหลดไฟล์ใหญ่ๆ หรือการใช้งานแอปพลิเคชันที่ใช้ข้อมูลมาก เช่น วิดีโอ หรือการประชุมออนไลน์ เป็นไปได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วขึ้น

   
   
   
 
 
 
 
 

 


St.Raphael School


 
Copyright 2025 © St.Raphael School

  No.5 Soi 22, Tai Ban Subdistrict, Mueang Samut Prakan District, Samut Prakan 10270
  Tel. 0-2701-6174-5   e-mail :business@raphael.ac.th  website: https://www.raphael.ac.th
  Update: 1 July 2025